บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 3 ความคิดเห็น
วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ที่จะถึงนี้จะเป็นวันครบรอบ 2 ปีของการเปิดบล็อกแห่งนี้ครับ … แป๊บเดียวผ่านมาอีก 1 ปีแล้ว เร็วจริง ๆ
ผมเองตอนนี้ก็กำลังคิดว่าจะประกาศ Mr. PeeTai Awards ครั้งที่ 2 อยู่เ้หมือนกัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะประกาศอะไรดีนึกมุกไม่ออก
คิดว่าอีกวันสองวันต้องนึกออกแน่ ๆ เลย อิ อิ
ยังไงก็ต้องขอขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่าน ที่ติดตามบล็อกแห่งนี้อย่างสม่ำเสมอนะครับ … เดี๋ยวนี้ผมไม่ได้วัดคุณค่าของบล็อกแห่งนี้จาก UIP หรือจาก Blogroll ที่ถูกลิงก์จากบล็อกใด ๆ แล้ว … แต่ผมวัดจากจำนวน Direct Link และจำนวนคนที่รับ feed มากกว่า
นั่นเพราะมันแสดงให้เห็นว่า ท่านผู้อ่านทั้งหลายจงใจ ยินดี เบิกบานใจ พึงพอใจ ปิติปลาบปลื้ม ที่จะอ่านสิ่งที่ผมเขียนอย่างจริงจัง ไม่ได้เข้ามาแบบฉาบฉวยด้วยกลไกของ SEO แต่ประการใด
ซึ่งสิ่งนี้เป็นตัวชี้วัดที่ทำให้ผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุก ๆ ท่านให้เกียรติอ่านงานเขียนของผมทุก ๆ ชิ้น ถึงแม้ว่าผมนั้นจะไม่เคยได้เข้าร่วมกิจกรรมผลักดันวงการไอทีใด ๆ ในบ้านเราเลย (ทั้ง ๆ ที่เขาจัดงานกันโครม ๆ ก็ไม่เคยได้ไปซักทีนึง)
ทุกภารกิจย่อมต้องมีเป้าหมายครับ แล้วบล็อกแห่งนี้เองก็ต้องถูกกำหนดเป้าหมายเช่นกัน ดังนั้นผมก็เลยคิดว่าถ้าทำได้ ผมอยากให้ปีหน้าเป็นปีที่มีคนรับ feed จากบล็อกแห่งนี้ทะลุถึง 1,000 subscribers ให้ได้เลย ฮา (จะทำได้เหรอวะกู? T-T)
ก็เอาเป็นว่าวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ผมจะประกาศ Mr. PeeTai Awards ครั้งที่ 2 ก็แล้วกันครับ ส่วนเรื่องเป้า 1,000 subscribers ค่อยไปวัดกันว่าทำได้จริงหรือเปล่าปีหน้าก็แล้วกัน อิ อิ
Technorati Tags: Mr. PeeTai, บล็อก, ครบรอบ, 2 ปี, ข่าวสาร, Mr. PeeTai Awards
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ, สมมติฐาน , 1 ความคิดเห็น ยังอีกไกล!
ผมว่าผมไม่ได้ตาฝาดนะครับ เพราะผมจับสังเกตได้ว่าตอนนี้ บล็อกเกอร์หลาย ๆ คนสนใจใน “อัตลักษณ์” ของตัวเองมากขึ้น พิสูจน์ได้จากการปลีกตัวออกจากชุมชนบล็อก เพื่อมาสร้างบล็อกซึ่งเป็นโดเมนของตนเอง โดยไม่ได้สนใจว่าบล็อกของตนจะสูญเสียความสัมพันธ์กับชุมชนบล็อกไป
บล็อกซึ่งมีโดเมนและพื้นที่เป็นของตนเองนั้น มันมีข้อดีตรงที่ปรับแต่งได้อย่างใจปรารถนา แต่บล็อกก็เหมือนกับเว็บไซต์โดยทั่วไป คือมันมีค่าใช้จ่ายในตัวของมัน ซึ่งถ้าเจ้าของบล็อกไม่ออกค่าใช้จ่ายเอง ก็ต้องทำให้ตัวบล็อกสามารถหารายได้เลี้ยงตัวเองได้
แต่ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของบล็อกนั่นแหล่ะ ที่ต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเอง!!!
ผมจะสมมติว่าผมมีบริษัทอยู่บริษัทนึงก็แล้วกันนะ โดยบริษัทของผมทำธุรกิจเป็นตัวแทนขายโฆษณาออนไลน์ ลักษณะของธุรกิจก็ง่าย ๆ คือรับโฆษณามา จากนั้นก็ปล่อยป้ายโฆษณาให้ไปแสดงผลที่บล็อกของสมาชิกทุกคน
ซึ่งนโยบายในการจ่ายผลตอบแทนก็ง่าย ๆ คือเป็นสัดส่วน 60:40 โดยบริษัทของผมได้ 60% ในขณะที่บล็อกเกอร์ผู้ให้พื้นที่ในการโฆษณาได้ไป 40%
งั้นถ้าสมมติอีกทีนึง (สมมติซ้อนสมมติ) ว่าบริษัทของผมหาลูกค้าที่จะมาโฆษณาได้ 1 ราย โดยลูกค้ามีงบในการโฆษณาอยู่ที่ 10,000 บาทต่อเดือน และบริษัทของผมก็มีสมาชิกอยู่ 5 ราย โดยแต่ล่ะรายก็มีบล็อกเป็นของตัวเองแค่บล็อกเดียว
ทีนี้มาดูกันซิว่าจะแบ่งผลประโยชน์กันยังไงดี?
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 6 ความคิดเห็น
ปรกติแล้วผมจะไม่รับ feed ครับ ผมชอบเข้าไปที่เว็บตรง ๆ มากกว่า สาเหตุคงเป็นเพราะรู้สึกว่า คนทำเว็บอุตส่าห์จัดเว็บไว้อย่างสวยงาม ถ้าไม่เข้าไปเสพความสวยงามเหล่านั้นแล้วมันก็กระไรอยู่
แต่ช่วงหลังผมเริ่มมีข่าวสารต้องรับเยอะขึ้นครับ เพราะผมเองก็เริ่มรู้สึกว่าไอ้ที่อยากจะอ่านอ่ะ มันมีหลายที่ซะเหลือเกิน เปิดไปเปิดมาบางทีมึนเหมือนกัน ก็เลยต้องรับ feed กับเขาจนได้
อือม แล้วถ้ามีคนคิดแบบผมเยอะ ๆ แล้วพวกเว็บไซต์จะทำไงล่ะ ในเมื่อพวกเขาล้วนติดป้ายโฆษณาเอาไว้ที่เว็บ แล้วถ้าหากว่าไม่มีใครเข้าไปที่เว็บ แถมทุกคนยังดูดจาก feed ไปอ่านอีกต่างหาก แล้วการหารายได้จากป้ายโฆษณาจะได้ประโยชน์อะไร?
ในเมื่อ feed มันไม่มีโฆษณานี่หว่า???
งั้นหนทางในการหารายได้ท่ามกลางกระแส feed อันเชี่ยวกราดสำหรับคนติดป้ายโฆษณา ก็คงจะมีเพียง 3 ทางเลือกคือ
- ส่ง feed ให้คนอ่านเฉพาะบทสรุป ถ้าอยากอ่านรายละเอียดล่ะก็ ต้องเข้ามาที่เว็บซะดี ๆ จะได้มาเจอกับป้ายโฆษณา … แต่ก็อ่ะนะ บางเจ้าก็ใจกว้างมหาศาล ปล่อยให้อ่านแบบเต็ม ๆ ผ่าน feed ได้เลย อือม ไม่ต้องอ้างอิงอื่นไกล บล็อกนี้ก็ปล่อย feed แบบให้อ่านเต็ม ๆ เหมือนกัน T-T
- ทำ Pay Per Post ดีกว่า แต่ล่ะบทความได้ตังค์แบบเห็น ๆ ดังนั้นต่อให้คนอ่าน ๆ ผ่าน feed ก็ไม่มีปัญหา … แต่ว่าใครจะมาจ้างให้เขียนล่ะ? แถมตอนนี้ตัวแทนโฆษณาที่กำลังก่อร่างสร้างตัว ก็ไม่ได้สนับสนุน Pay Per Post ซักเท่าไหร่เล้ย!!
- แปะโฆษณาแทรกในบทความที่เขียนเลย เพราะยังไงตัวอ่าน feed มันก็ไม่ถอด tag html มาตรฐานจำพวก a หรือ img ออกอยู่แล้ว
น่าจะถึงเวลาแล้วที่สารสนเทศในบทความ กับสารสนเทศที่ส่งผ่าน feed จะมีรูปแบบที่แยกจากกันเป็นอิสระซะที งึม ๆ ^-^
Technorati Tags: feed, การสร้าง, รายได้, เว็บไซต์, โฆษณา
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 3 ความคิดเห็น
บางครั้งการอธิบายเทคโนโลยีชั้นสูงด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน มันก็ไม่เหมาะกับชาวบ้านอย่างพวกเราเท่าไหร่ จริงแมะ? ไอ้ของพรรณนั้นมันเหมาะกับพวกนักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงภูมิปัญญาทั้งหลายมากกว่า!!!
แต่ถึงแม้เราจะเป็นชาวบ้าน เราเองก็อยากจะเข้าอกเข้าใจเรื่องยาก ๆ เหมือนกัน (ถึงแม้มันจะเข้าใจยากก็เถอะ)
ก็เหมือนกับการอธิบายคุณสมบัติของ qubit ซึ่งเป็นหน่วยเก็บสารสนเทศพื้นฐานของควอนตัมคอมพิวเตอร์นั่นแหล่ะ ต่อให้อธิบายด้วยทฤษฎีและสมการทางคณิตศาสตร์เป็นหน้ากระดาษ คนมันจะไม่เข้าใจ มันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
งั้น มาลองอ่านวิธีการอธิบายของผมดูบ้างดีกว่า …
ผมจะขอแทนป้ายวงกลมเล็ก ๆ เป็น qubit ก็แล้วกันนะครับ โดยด้านหน้าของป้ายเป็นเลข 0 และด้านหลังของป้ายเป็นเลข 1 ดังภาพข้างล่างนี้
จากนิยามบอกเอาไว้ว่า qubit จะเป็นได้ทั้ง 0 หรือ 1 หรือเป็นได้ทั้ง 0 และ 1 พร้อม ๆ กัน ซึ่งชาวบ้านอย่างเราก็คงจะงงว่ามันเป็นไปได้ยังไง ไอ้การเป็นได้ทั้งสองค่าพร้อม ๆ กันเนี่ย?
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : Review, สมมติฐาน , 3 ความคิดเห็น
ในขณะที่ผู้เข้าชมภาพยนตร์เรื่อง WALL-E กำลังให้ความสำคัญและมุ่งความสนใจไปยัง WALL-E และ EVE ซึ่งเป็นตัวละครหลักของเรื่องอยู่นั้น ผมกลับไปสนใจตัวละครหลักตัวอื่นอยู่ …
ครับ … ผมกำลังสนใจ AUTO หุ่นยนต์ซึ่งทำหน้าที่ขับยานแบบอัตโนมัติ!!!
มันฉลาด มันเก่ง มันมีวินัย มันรอบรู้ และที่สำคัญมันอยู่มานานแล้ว นานตั้ง 700 ปีแน่ะ!!!
ฉากการยื้อแย่งอำนาจกันระหว่าง AUTO และกัปตันนั้น สำหรับผมแล้วผมไม่ถือว่า AUTO เป็นกบฏเลยนะ ผมถือว่ามันได้ทำตามกฎ 4 ข้อของหุ่นยนต์แล้ว และโดยตรรกะของกฎนั้น ทำให้มันตีความได้ว่า กัปตันกำลังจะแส่หาเรื่องไปตาย กัปตันกำลังจะพาให้คนไปตายกันหมด
มันมั่นใจ (ถึงแม้จะไม่มีหัวใจ) ว่าคำสั่งลับสุดยอดที่มันได้รับมาจากมนุษย์เมื่อ 700 ปีก่อนนั้น เชื่อถือได้!!!
กฎของหุ่นยนต์ไม่ได้อธิบายให้หุ่นยนต์เข้าใจว่า มนุษย์นั้นบางทีก็แส่หาเรื่องเหมือนกัน ถึงแม้เรื่องที่คิดหรือทำมันจะเกิดอันตรายกับตัวเองหรือใคร ๆ ก็ตาม!
ผมเชื่อว่าคนที่ได้ดูคงรู้สึกว่า AUTO เป็นกบฏ ส่วนใหญ่คงรู้สึกว่าในเมื่อเปลี่ยนเจ้านายแล้วก็ต้องฟังคำสั่งเจ้านายคนใหม่สิ ไม่ใช่ยังยึดมั่นถือมั่นกับคำสั่งของเจ้านายคนเดิมอยู่
แต่ผมกลับมองว่า AUTO อยู่มานานแล้ว นานจนกระทั่งมันมี EGO ของมัน แล้วก็ดูเหมือนมันจะคล้ายกับมนุษย์ที่มีภูมิปัญญาสูงทั่วไปด้วย นั่นก็คือมันมี EGO สูง สูงจนกระทั่งมันเชื่อว่าสิ่งที่มันเชื่อฟังมาแต่เก่าก่อน น่าจะสมเหตุสมผลมากกว่าคำสั่งของกัปตันคนปัจจุบัน
กฎข้อที่ 0. หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันตรายต่อมนุษยชาติ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้มนุษยชาติตกอยู่ในอันตรายได้
กฎข้อที่ 1. หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันตรายต่อผู้ที่เป็นมนุษย์ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้ผู้ที่เป็นมนุษย์ตกอยู่ในอันตรายได้
กฎข้อที่ 2. หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งที่ได้รับจากผู้ที่เป็นมนุษย์ เว้นแต่คำสั่งนั้นๆ ขัดแย้งกับกฎข้อที่ 1.
กฎข้อที่ 3. หุ่นยนต์ต้องปกป้องสถานะความมีตัวตนของตนไว้ ตราบเท่าที่การกระทำนั้นมิได้ขัดแย้งต่อกฎข้อที่ 1. หรือกฎข้อที่ 2.
ผมได้ยินอยู่เสมอถึงความกังวลว่าต่อไปหุ่นยนต์จะฉลาดกว่ามนุษย์ แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าก็คือต่อไปหุ่นยนต์อาจจะมี EGO ได้ด้วยซ้ำ แล้วถ้าหากตอนนั้นมันไม่สามารถพัฒนา EGO ให้กลายเป็น SUPER EGO ได้แล้วล่ะก็ …
ถึงตอนนั้นก็คงจะมีปัญหาจริง ๆ ขึ้นมาแหง ๆ เลยอ่ะ ;-(
Technorati Tags: ego, super ego, wall-e, eve, auto, หุ่นยนต์